Home

IMG_0827.JPG

หลายคนได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วคงชอบอย่างแรกในสีสันการแต่งกายที่สะดุดตาขอคุณย่า Iris Apfel ที่ใช้การเลือกและจับรวม (mix & match) มาทำให้โดดเด่นเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งดูขัดกับแฟชั่นสมัยนี้ที่เน้นน้อย เรียบง่าย ไม่รุงรัง  อย่างที่สองที่ชอบกันคือใจกับวัยของคุณย่าที่สวนทางกันอย่างได้ชัด แม้อายุจะเกือบร้อย แต่คุณย่าทำให้เห็นว่า ถ้าใจเฟี้ยวแล้ว วัยไม่เกี่ยว

ผมก็ชอบสารคดีเรื่องนี้นะ มันมีเสน่บางอย่าง การเดินเรื่องที่ไปเรื่อยๆ ไม่บีบคั้นอะไรมากมาย จุดพีคอะไรหลายแหล่ไม่มี เหมือนตามติดชีวิตย่าแกในแต่ละวัน เพลงประกอบก็แปลกๆ เจอกับชีวิตแปลกๆ ของคุณย่า หนังก็เลยไม่ธรรมดาไป ดูครั้งแรกก็ยังแปลกใจ เออ ไม่เหมือนหนังสารคดีทั่วไปที่จะต้องลุ้น จะต้องเล่าให้มันๆ เข้าไว้ แต่นี้เหมือนพาไปดูชีวิตเบื้องหลังของย่าแก เลยมาดูว่าใครกำกับ ก็ไม่แปลกใจ เพราะคนกำกับคือปู่ Albert Maysles ที่เชี่ยวงานด้านนี้มาก แกชอบทำสารคดีเกี่ยวกับชีวิตศิลปินอยู่แล้ว บางฉากจะเห็นแกถือกล้องนั่งจิบชาอยู่เลย เรียกว่าแก่ทั้งตัวเอกและคนกำกับ มันก็ได้อารมณ์แบบคนสูงอายุคุยกัน ก็มักจะสะท้อนเรื่องราวในอดีต ความคิดต่อปัจจุบัน แต่อนาคตไม่ได้หวังอะไรมากมาย

จริงๆ ต้องบอกว่าสิ่งที่เป็นสไตล์ของย่าแกนอกเหนือจากความสนใจส่วนตัวแต่วัยเด็กแล้ว การออกท่องโลกเพื่อหาของมาใช้ในบริษัท Old World Weaver ของแกก็ช่วยทำให้เปิดหูเปิดตามาก ทำให้เห็นความแตกต่างในโลกกลมๆ ใบนี้ รวมถึงความเป็นเด็กที่อยากรู้อยากเห็นตลอดเวลา มีความสุขกับเรื่องง่ายๆ รอบตัว อารมณ์ดี กระฉับกระเฉง เรื่องเหล่านี้ผสมกันอย่างเหมาะเจาะทำให้แกมีสไตล์เป็นของตัวเอง

แต่สิ่งที่เห็นบ่อยมากอย่างหนึ่งในหนังเรื่องนี้คือ ย่าแกจะเดินตอนออกงานแต่ในเวลาส่วนตัวแกนั้น แทบจะต้องใช้รถเข็นช่วยตลอด มีการเจ็บป่วย มันแสดงให้เห็นว่าใจแม้ยังสู้ แต่สังขารก็ไม่อำนวยเท่าไหร่ แกกับปู่ Carl คู่ชีวิตแกไปไหนมาไหนกันจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ปู่แกแม้จะไม่ได้ออกหน้ามาก แต่ก็รู้ว่าช่วยเหลืออยู่ข้างหลังเต็มที่ ซึ่งหายากในแวดวงตารา ส่วนใหญ่เห็นแก่ก็หย่าร้างมากินเด็ก

หลายคนดูแล้วบอกว่าได้แรงบันดาลใจ แต่ดูจบผมรู้สึกเศร้านิดๆ นะ ย่าแกก็มีมุมที่หนักใจเหมือนกัน แต่ด้วยความที่แกเป็นคนพูดตรงๆ ไม่คิดเล็กคิดน้อย และยังให้เกียรติคนอื่นด้วย ทำให้มีแต่คนรักใคร่ พร้อมจะช่วยตลอดเวลา หนังเรื่องนี้มีสองช่วงที่ผมชอบมาก ช่วงแรกที่ย่าแกยืนรอไปเข้างาน แล้วสาววัยรุ่นที่ยืนรอแถวในฉากหลังเผอิญหันมาเจอแก ตอนแรกที่เห็นทำหน้าประหลาดใจ แต่ต่อมาสายตาแสดงออกเลยว่าชื่นชมย่ามาก ช่วงสองที่แกรับหน้าที่พาเด็กๆ ไปรู้จักกับโลกของแฟชั่น ไปเจอตัวเป้งๆ ในวงการ ไปศึกษางาน เออ เฮ้ย คิดว่าถ้าเราไปเจอแบบนี้บ้าง มันฟินมากนะ เป็นประสบการณ์แบบ once in a lifetime จริงๆ

หนังเรื่องนี้ออกฉายหลังจากที่ปู่ Carl และลุง Albert เสียไปแล้ว ชีวิตคนเราบทจะไปมันก็เร็วจนไม่ทันเตรียมตัว

 

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s