Home

ก่อนสิ้นปี 2558 ไม่กี่วัน คณะรัฐบาลรักษาการในประเทศสารขัณฑ์ก็ได้ตีฆ้องป่าวประกาศนโยบายส่งท้ายปีเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เร้าใจชาวประชามากคือ หากท่านใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการที่กำหนด สามารถเอาใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีมาลดหย่อนภาษีส่วนบุคคลปี 2558 ได้สูงสุดถึง 15,000 บาท โดยลดหย่อนได้ตามสัดส่วนเงินได้พึงประเมินนะ

โหย ฟังแบบนี้แล้วกระเป๋าตังค์ในมือผมสั่นๆๆๆๆๆๆ ยิ่งกว่าเจ้าเข้า

แต่ก่อนที่เงินในกระเป๋าจะโบยบิน อดีตกาลที่เคยเรียนเศรษฐศาสตร์มาดันโผล่มาให้ระลึกชาติซะงั้น พอคิดปุ๊ป บรรยากาศเหมือนเข้าห้องสอบทันที มือก็พลันเขียนโดยอัตโนมัติไปว่า

GDP = C + I  + (X – M)

อันนี้เป็นสูตรมาตรฐานในการหา GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (Gross Domestic Products) ซึ่งสมมุติว่ายังใช้สูตรนี้กันอยู่ (ตอนนี้ไม่รู้ว่าใช้สูตรไหนกัน) โดย C คือการใช้จ่ายภาคเอกชน I คือการลงทุนภาครัฐ X คือการส่งออก และ M คือการนำเข้า ดังนั้น การที่คณะรัฐบาลฯ ออกนโยบายนี้มาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แน่นอนว่าทำให้ GDP เพิ่มขึ้น เพราะ C เพิ่ม แต่จะเพิ่มเท่าไหร่กันล่ะ?

ปกติสูตรพวกนี้ไม่ได้เป็นการเพิ่มแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ด้วยว่ามีปัจจัยและรายละเอียดหลายประการที่เกิดขึ้นในความเป็นจริงของเศรษฐกิจ ดังนั้น ในตัวแปร C, I, X และ M จะมีสัมประสิทธิ์หรือที่เรียกว่า multiplier อยู่ด้วย ดังนั้น สูตรเต็มๆ คือ

GDP = aC + bI +c(X – M)

โดยที่ a, b และ c คือตัวสัมประสิทธิ์ที่ว่านั่น ส่วนใหญ่พวกนี้จะมีค่าน้อยกว่า 1 เพราะอย่างที่บอก มันผ่านขั้นตอนเยอะมากในระบบเศรษฐกิจ การจะดูว่าเพิ่มได้ขนาดไหน ส่วนใหญ่จะเทียบกับความเร็วในรอบหมุนของเงิน คือ การที่เงินหนึ่งบาทถูกใช้จ่ายเป็นทอดๆ ไปไกลแค่ไหน ถ้าเงินหนึ่งบาทถูกใช้จ่ายหมุนเวียนในเศรษฐกิจเร็วมาก ตัวสัมประสิทธิ์พวกนี้ก็จะสูงตามไปด้วย เช่น นาย ก ได้รับเงินหนึ่งบาท เอาไปซื้อสินค้าจากนาย ข จากนั้น นาย ข ก็เอาเงินนั้นไปจ่ายค่าบริการของนาย ค และเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ นี่คือตัวอย่างรอบของเงินที่ว่า ดังนั้น จะเห็นว่าถ้าเงินที่ได้นั้นมาสู่คนธรรมดาๆ การหมุนรอบของเงินย่อมสูงกว่าคนที่รวยกว่า เพราะเราเชื่อว่าเงินหนึ่งบาทในมือคนที่มีรายได้ 300 บาทต่อวัน กับคนที่มีรายได้ 3,000 บาทต่อวัน คนที่รายได้น้อยกว่าย่อมรู้สึกว่าเงินหนึ่งบาทนั้นมีมูลค่ามากกว่าและใช้จ่ายอย่างรวดเร็วมากกว่าคนที่รวยกว่า

ทีนีเมื่อนำมาเรื่องข้างต้นมาเปรียบเทียบกับนโยบาย 15,000 และการกระตุ้นเศรษฐกิจ เราจะได้อะไรบ้าง

  1. เงิน 15,000 นี้จะไปสู่คนรายได้น้อยหรือไม่? ก็คงไม่ เพราะคนรายได้น้อยหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง คงไม่สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบให้ได้
  2. เงิน 15,000 ที่นำไปใช้จ่าย ส่วนใหญ่ก็จะเข้าร้านค้าขนาดใหญ่ที่ออกใบกำกับให้ได้ ซึ่งก็คงไม่ได้นำไปใช้จ่ายทันที เพราะรอปิดตัวเลขประกอบการประจำปีให้สวยแน่ๆ เมื่อเจอกับนโยบายนี้
  3. ดังนั้น multiplier effect อาจจะไม่ได้มากอย่างที่คิด เมื่อรวมกับเรื่องการลงทุนภาครัฐ และการส่งออก นำเข้าในปี 2558 ที่ไม่ได้มากมายเหมือนปีก่อน GDP อาจได้ตัวเลขไม่สวยหรู

ยังไม่นับรวมวิธีการคืนภาษีที่เอื้อผู้มีเงินได้พึงประเมินสูงๆ ให้ได้คืนภาษีมากกว่า เท่ากับว่ารัฐเก็บภาษีได้น้อยลง จริงๆ แค่บอกว่าคืนภาษีแบบ flat rate เท่ากันทุกฐานภาษี แค่นี้ก็ทำให้คนอยากไปช็อปจะตายอยู่แล้ว หรือเขาคิดว่าเมื่อห้างร้านมีคนไปใช้จ่ายมากขึ้น ก็ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น? เป็นการรีดภาษีแบบเนียนๆ

ก็ต้องตามดูต่อไปว่า GDP ประจำปี 2558 จะออกมายังไง จะสมความมุ่งหวังของท่านๆ ทั้งหลายหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s