Home

เมื่อวันก่อน (๒๓ ก.ย. ๕๘) ผมได้ไปร่วมฟังสัมมนาเรื่อง Innovation is not a straight line เนื้อหาการสัมมนาพูดถึงนวัตกรรมและกระบวนการโดยสังเขป ซึ่งน่าสนใจมากสำหรับคนที่อยากมีธุรกิจของตัวเองหรือที่เรียกว่าให้เข้าสมัยว่า start up คำนี้มีความหมายไม่ต่างจาก SME เมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ปัจจุบันผมเห็นว่าคนเริ่มธุรกิจเองอายุน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี แสดงว่าคนรุ่นใหม่มีศักยภาพดีขึ้นๆ

หลังเลิกสัมมนา ผมมีโอกาสเดินกลับไปขึ้นรถไฟฟ้ากับน้องคนนึง เธอกำลังขึ้นปีสี่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพ แต่ไฟเธอแรงมากจนคิดจะเลิกเรียนเพื่อไปทำธุรกิจของตัวเอง จะบอกว่าความล้มเหลวเป็นแรงผลักดันก็คงได้ เพราะเธอเคยซื้อธุรกิจแฟรนไชร์มาทำแล้วเจ๊งไปครั้งนึง เธอวิเคราะห์ความล้มเหลวพบว่าเพราะขาดการดูแลอย่างใกล้ชิด ทำงานง่ายโดยจ้างคนมาทำงานแทนตัวเอง ไม่ลงรายละเอียด ทำให้ธุรกิจที่น่าจะไปได้ดีกลายเป็นแย่ กลายเป็นบทเรียนที่สำคัญบทหนึ่ง

สำหรับธุรกิจใหม่คราวนี้เธอเลยตั้งใจทำเองทุกอย่างเพื่อควบคุมทุกขั้นตอน ซึ่งไม่พ้นต้องเบียดบังเวลาที่ควรไปเรียนมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน เธอคิดว่าไหนๆ จะลุยแล้ว ก็ลุยไปให้สุดทาง เลิกเรียนเลยแล้วกัน แม้ว่าเพื่อนๆ รอบข้างจะทัดทานเธอด้วยความห่วงใย

เรื่องนี้ผมเห็นว่าน้องไฟแรง ตั้งใจดี น่าส่งเสริม แต่ก็อดแนะนำไม่ได้ว่าให้คิดก่อนสักเล็กน้อย แล้วเล่าให้ฟังว่าผมมีเพื่อนอยู่สองคน ทั้งสองคนเรียกว่าความสามารถสูงกว่าตำแหน่งและเงินเดือนมาก แต่โอกาสเติบโตน้อยเพราะขาดใบปริญญา จะไปสมัครงานที่ไหนก็ลังเลเพราะขาดใบปริญญา จะขอทำงานที่ใหญ่ขึ้นก็ไม่ค่อยมีใครให้เพราะขาดใบปริญญา ผมรู้สึกมันขัดแย้งมาก คนเราควรจะได้รับงานที่ท้าทายความสามารถ แต่ไม่ได้เพราะขาดเจ้ากระดาษเอสี่แผ่นเดียว ทั้งสองคนคงอึดอัดเหมือนกัน สุดท้ายคนนึงตั้งใจเรียนภาคพิเศษจนได้ปริญญาตรี แม้จะล่าช้าไปแต่ก็ไม่สาย อีกคนกำลังพยายามให้จบภายในปีนี้ ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องที่ดี

น้องฟังแล้วก็หยุดคิดตาม ผมบอกต่อว่าบางครั้งสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ เราก็ต้องนึกถึงแผนสอง แผนสามไว้ด้วย เพราะไม่แน่ว่าแผนหนึ่งอาจจะพังไปก่อนเริ่ม หรือทำแล้วไม่สำเร็จ เรียนมาถึงปีสามแล้วอีกไม่กี่หน่วยก็จบ ถ้าสามารถพักการเรียนเพื่อไปหาประสบการณ์สักสองสามปี ค่อยกลับมาเรียนต่อก็ไม่สาย ไม่จำเป็นต้องหักดิบเลิกเรียนไปเลย

แผนสำรองแสดงถึงความรอบคอบของเรา ไม่ใช่หมายถึงความไม่มั่นใจ แผนสำรองที่ดีจะทำให้เรื่องเดินต่อไปได้แม้เจออุปสรรค สะดุดบ้างแต่ไม่นาน ซึ่งทำให้เราใกล้จุดหมายเข้าไปเรื่อยๆ

สุดท้ายก่อนจากกันที่สถานีรถไฟฟ้า น้องก็บอกว่าเธอคิดจะพักการเรียนไว้ก่อน พอลุยโลกกว้างจนพอใจแล้ว ค่อยกลับมาเรียนต่อ ผมฟังแล้วยิ้มด้วยความยินดี

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s