Home

จริงๆ อยากเขียนเรื่องไตรภาคแห่งความเยาว์ให้จบก่อน แต่เรื่องคราวนี้ไม่บอกไม่ได้จริงๆ ครับ

bramเห็นชื่อ Bram Frank คนที่ศึกษาเกี่ยวกับการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยมีดน่าจะคุ้นๆ กัน ส่วนใครไม่รู้จัก เดี๋ยวผมเหลาให้ฟังครับ

Bram Frank เป็นคนก่อตั้ง CSSD/SC หรือชื่อเต็มว่า Common Sense Self Defense/ Street Combat เป็นโรงเรียนสอนการป้องกันตัวด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมีด (Edge tool) ไม้ (Impact tool) หรือ ปืน (Projectile tool) ซึ่งเทคนิกต่างจะพัฒนามาจากการต่อสู้ของฟิลปปินส์ (Filipino Martial Arts) เพราะ Bram แกเป็นลูกศิษย์ของ Presas Remy ผู้เป็นหนึ่งในสามพี่น้องตระกูล Presas ที่นับว่าเป็นผู้บุกเบิกศิลปะการต่อสู้ของฟิลิปปินส์สมัยใหม่ ตอนนี้ Bram Frank แกได้รับระดับปรมาจารย์ (Grand Master) ด้วยครับ

แรกๆ ผมก็รู้จักแกผ่านตัวหนังสือล่ะครับ เมื่อก่อนสมัยที่ยังคลั่งไคล้ฝึกมีด แกเป็นคนคิดทฤษฎีในการรับมือภัยที่น่าสนใจ เช่น เมื่อเวลาเกิดเหตุ สถานการณ์บีบคั้น และเราจะใช้กล้ามเนื้อทำงานได้แค่งานทั่วๆ ไป เช่น เหวี่ยงแขน เหวี่ยงขา แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องการความละเอียด เช่น กระดิกนิ้ว จะทำไม่ไหว (gross motor skill/ fine motor skill) ดังนั้น รูปแบบการป้องกันตัวของแกจะง่ายๆ ไม่ซับซ้อน โดยอิงมาจากปฎิกริยาตอบสนองของร่างกายและแนวทาง ทิศทางการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย (common sense) ซึ่งจริงๆ คนเราก็ไม่ใช่ยอดมนุษย์เหล็กไหลที่ไหนหรอกครับ มีข้อที่เป็นไปได้และข้อจำกัดในรูปแบบการเคลื่อนไหวต่างๆ ของร่างกาย นี่เป็นแค่ส่วนน้อยครับ

วันก่อนผมเห็นสเตตัสแกใน facebook บอกว่าแกมาอยู่กรุงเทพแล้วตอนนี้ ผมก็เลยทักทายยินดีต้อนรับไปตามภาษาเจ้าบ้าน คุยกันไปคุยกันมาเลยขอนัดเจอด้วย เลยกลายมาเป็นการพบกันในครั้งนี้แหละครับ ตอนแรกผมนึกว่าแกจะคุยยาก ปรากฎว่าแกเป็นฝรั่งที่คุยง่ายครับ ผมเลยพาไปกินร้านอาหารจีนเจ้าประจำ เพราะอาหารดีกว่าและเงียบกว่าร้านในห้างสรรพสินค้า

Bram เป็นฝรั่งที่แปลกมากครับ แรกคือแกดูแลตัวเองมาก เหล้า ยาเสพติด ไม่กินไม่ยุ่ง เริ่มด้วยก็คุยเรื่องทั่วไป อาหารการกิน เป็นไงมาไง เลยรู้ว่าแกเดินทางบ่อยมาก เป็นการเดินทางไปสอนตามที่ต่างๆ แกบอกว่ากว่าจะได้กลับบ้านที่อเมริกาก็ต้นเดือน พ.ค. นั่นแหละ ที่แกมาเมืองไทยครั้งนี้ก็เรียกว่าฟลุ๊คมาก เพราะพี่ชายแกเพิ่งย้ายมาเมืองไทยไม่กี่เดือนเลยชวนแกมาเที่ยว แกก็เลยมา และมาเจอผมนี่แหละ แกเป็นคนที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา ผ่านการคุยเรื่องสัพเพเหระ ผมก็เลยเข้าเรื่องต่างๆ ที่ผมสนใจเกี่ยวกับตัวแก เช่น

-เกี่ยวกับระบบการต่อสู้ของแก ทำไมแกถึงตั้งชื่อว่า Common Sense เพราะรูปแบบการป้องกันเริ่มต้น แกจะสอนโดยอิงจากปฎิกริยาตอบสนองของคนทั่วไป ดังนั้ น คนที่เข้าเรียนกับแก ถึงแม้จะเวลาสั้นๆ ก็พอจะได้อะไรติดตัวออกไปใช้งานได้ทันที ท่าฟันของแกไม่สนเรื่องการจับมีดแบบปลายชี้ขึ้น (Forward Grip) หรือปลายชี้ลงดิน (Reverse Grip) เพราะถือว่าเวลาคับขันนั้น เมื่อเราดึงมีดออกมาแล้ว ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นยังไง ดังนั้น ท่าฟันของแกจะออกแบบให้ใช้ได้ทั้งสองแบบโดยไม่ต้องปรับอะไรเลย นอกจากนี้ แกจะไม่สอนให้ใช้มีดทำร้ายคู่ต่อสู้จนถึงแก่อันตราย แกจะสอนเพื่อให้จบการต่อสู้โดยที่เราเป็นฝ่ายป้องกันตัว ไม่ได้ทำอะไรเกินเหตุ รวมถึงเรื่องของการเตรียมใจ การปรับเปลี่ยนมุมมองที่จะทำให้เรามั่นใจมากขึ้น เมื่อมั่นใจ เราก็ไม่จำเป็นต้องชักมีดทุกครั้งให้หวั่นใจเมื่อเกิดเหตุขึ้น นอกจากนี้ ก็เป็นเรื่องของการสอนผู้หญิงให้ป้องกันตัวเอง ซึ่งผมว่าน่าสนใจเพราะสาวๆ ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แต่ถ้าทำให้สนใจได้ รับรอบว่าน่ากลัวทีเดียวครับ

-เกี่ยวกับการออกแบบมีดและขั้นตอนต่างๆ Gunting เป็นมีดประจำตัวของ Bram ที่เป็นเอกลักษณ์มาก ซึ่งเราคุยกันเรื่องว่าเวลาจะออกแบบมีดอะไรซักเล่ม เอาตัวต้นแบบที่เกือบเสร็จไปให้ช่างหรือโรงงานทำจะดีที่สุด เพราะต่อให้ร่างแบบดียังไง พอให้ช่างหรือโรงงานทำออกมาก็ไม่ตรงใจแน่นอน เช่น ช่างบางคนอาจจะใส่ความคิดตัวเองลงไป อย่างแกเล่าให้ฟังว่า ออกแบบใบตายใหม่ ด้ามเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนทรงใบ พอให้ช่างทำ ปรากฎว่ากลายเป็นใบใหม่ ด้ามใหม่แบบ Strider โดยช่างบอกว่าแบบนี้ดูเจ๋งกว่า น่าจะติดตลาดกว่า (ฮา) ทำเอาแกหัวเสียมากเลยทีเดียว รวมถึงการ QC ด้วย แกจะให้โรงงานทำต้นแบบออกมาหลายๆ เล่ม ไปทดสอบหลายๆ ที่เพื่อปรับปรุง ทำให้มีดแต่ละเล่มกว่าจะขึ้นสายการผลิตได้ ยกตัวอย่าง CRIMPT2 ที่เป็นอุปกรณ์ควบคุม (control device) ที่เค้าออกแบบ ซึ่งกว่าออกแบบ หาโรงงานทำ ปาเข้าไปเกือบๆ 2 ปีจากที่เคยคาดไว้
เราคุยกันเรื่องระบบ Puzzle Lock ของแก ซึ่งแกบอกว่าแกเคยคุยกับลุง Sal มาก่อน แต่ลุงแกเห็นว่ามันขึ้นสายการผลิตยากไปเลยไม่ทำ แล้วเอาไอเดียนั้นมาทำเป็น Compression Lock แทน แต่จากที่ผมใช้มา ผมว่า Puzzle Lock นี้เป็นธรรมชาติมากกว่า ทั้งการเปิดและปิด  Spyderco Gunting จริงๆ ด้ามต้องโค้งกว่านี้มาก เหมือนคล้ายๆ จับด้ามปืน แต่เทคนิคการผลิตตอนนั้นไม่สามารถทำได้ เลยต้องผลิตเป็นด้ามตรงแทน พอแกมาดูแลและทำมีดเอง เลยมาปรับปรุงให้ดีขึ้นตรงกับที่แกคิดไว้ มีดของแกจะเน้นการใช้งานจริงมากกว่ารูปทรงสวยงาม ดังนั้น มีดอาจะไม่สวย แต่ใช้แล้วแซ่บครับ

-CRIMPT2 นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ผมอยากพบแก ผมเคยเล่นรุ่นแรกแกมาก่อน ซึ่งเรียกว่าประทับใจมาก มาในรุ่นนี้แกปรับปรุงหลายจุดมาก จนอุปกรณ์ควบคุมนี้ลงตัว แล้วแกยังสาธิตการใช้ให้ดูด้วย ตอนนี้กรมตำรวจขอฟิลิปปินส์อนุมัติให้เจ้า CRIMPT2 นี้เป็นอุปกรณ์ประจำตัวของนายตำรวจ ซึ่งผมอยากบอกว่ามันเป็น Perfect Control Device จริงๆ (ถ้ามีเวลาจะรีวิวมาให้ชมกัน)

-เรื่องอื่นๆ เราคุยกันเรื่องบุคคลต่างๆ ในวงการ เช่น ผู้หญิงในวงการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวคนสวยของ Dan Inasanto ซึ่งสมัยก่อนคนที่อยากจะได้รับวิชาจากปรมาจารย์ จะพยายามจีบลูกสาวปรมาจารย์เพื่อมีสิทธิ์สืบทอดวิชาขั้นสุดยอด ทำให้สาวๆ เป็นที่หมายปองของหนุ่ม หรือเรื่องของคุณ Sonia (อ่านว่า ซอนย่า) ที่เป็นมือขวาของแก ว่าเป็นผู้หญิงที่สวยและดุมาก หรือเรื่องของคารัมบิตและประสบการณ์ของแกกับ Tarani ซึ่งแกก็เห็นว่ามีดแบบคารัมบิตนั้นมีการใช้ประโยชน์จริงได้น้อย แกออกแบบมีดมีห่วงแบบนี้ไว้เล่มนึงชื่อว่า  Desangut นอกจากนี้แกยังว่าวิธีการสอนของ Tarani นั้น บางครั้งก็รุนแรงไป

วันนั้นคุยกันจนร้านปิดทีเดียว เสียดายที่แกมีเวลาอยู่เมืองไทยน้อยไป เลยบอกว่าถ้ามาครั้งหน้าเดี๋ยวจะพาเที่ยว ซึ่งตอนนั้นผมอาจจะชวนเพื่อนๆ ไปเดินกับแกด้วยกันครับ

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s