Home

ผมเพิ่งอ่านเรื่อง “วิมานมายา (The House of the Sleeping Beauties)” ของยาสึนาริ คาวาบาตะ (แปลโดย วันเพ็ญ บงกชสถิตย์) จบลง หนังสือ 130 หน้าเล่มนี้เป็นหนังสือที่อ่านแล้วผมนึกถึงหนังที่เพิ่งดูผ่านไปเมื่อปีก่อนอย่าง “เจ้าหญิงนิทรา (Sleeping Beauty)” ที่รับบทโดยน้องหนูเอมิเลีย บราวนิ่ง จาก Sucker’s Punch ซึ่งผมว่าหนังเรื่องนี้ก็ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มนี้เช่นกัน

ผมว่าทั้งสองอย่างเป็นเหรียญสองด้านที่น่าสนใจมากครับ

ฉากหลังของทั้งหนังและหนังสือคือหอนางโลมสำหรับคนชราที่ยังโหยหาเนื้อหนังมังสาของสาวๆ  บรรดาชายแก่ทั้งหลายจะมาหาสาวน้อยแรกรุ่นที่ถูกทำให้หลับสนิท สิ่งที่ผู้ชายเหล่านั้นจะทำคือแค่นอนข้างๆ หญิงสาวเหล่านั้น นอนหลับเท่านั้นจริงๆ  โดยไม่มีการล่วงล้ำเข้าไปใดๆ ทั้งสิ้น แล้วหลับไป ซึ่งฉากหลังของทั้งหนังและหนังสืออยู่คนละยุคกัน

ฟังดูเหมือนก็เหมือนเป็นเรื่องรันทดระทมใจมากนะครับ ความรู้สึกอยากทำแต่ทำไม่ได้ ก็เหมือนกับคุณเพิ่งถอนฟันหมดปาก แต่ตรงหน้าคุณเป็นสเต๊กเนื้อสันในแบบ medium rare ย่างเกรียมนอกนิดๆ ส่งกลิ่นหอม มีเลือดซึมจางๆ ไอร้อนอุ่นๆ ลอยระเรื่อๆ ออกมา พร้อมกับเครื่องเคียงน่าเอร็ดอร่อยทั้งหลาย แต่คุณได้เพียงมอง ไม่สามารถตักเข้าปากกลืนกิน ทำได้เพียงจินตนาการถึงความเอร็ดอร่อยของเนื้อชิ้นนั้นอยู่ในใจ

หนังสือเล่าในมุมมองของเองุชิชายแก่ฐานะดี ที่แม้อยู่ในช่วงปัจฉิมวัย ก็ยังมีอารมณ์ทางเพศอยู่บ้าง ถึงไม่ได้มากมายนัก ซี่งยังดีกว่าคนวัยเดียวกันที่หมดเรื่องนี้ไปนานแล้ว  ขณะที่หนังเล่าในมุมมองของลูซี่ หญิงสาวที่ชะตากรรมนำพาให้มารู้จักหอนางโลมแปลกประหลาดแห่งนี้ และนำพาจุดเปลี่ยนมาสู่ชีวิตเธออย่างไม่สามารถหวนกลับไปหาวันคืนเก่าๆ ที่ผ่านมาได้เลย

สำหรับเองุชิ การมายังหอนางโลมแห่งนี้ แรกๆ คือเพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นของตน แต่มันก็เหมือนกับสารเสพติด เพราะการมาแต่ละครั้งเป็นเหมือนกับการกระตุ้นถึงความทรงจำเก่าๆ ที่ผ่านมาของสาวๆ ที่ผ่านมาในชีวิตเค้า ความทรงจำที่หอมหวานต่างๆ ซึ่งเป็นเหมือนสิ่งที่คอยชโลมเลี้ยงให้ชีวิตใกล้ดับดวงนี้ยังพออยู่พอเป็นได้ เขาหลงในจินตนาการความทรงจำจนถึงขนาดคิดมั่นใจในตัวเองว่า สามารถรับมือกับความตายได้อย่างสงบ เค้าจะไม่มีความตื่นตระหนกเสียใจใดๆ หากต้องจากโลกนี้ไปในขณะที่อยู่ในห้องน้อยที่หอนางโลมนี้ แต่ความเป็นจริงก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเสมอไป

ส่วนลูซี่เป็นสาวที่กำลังอยู่ในช่วงเบ่งบานของชีวิต เธอมีชีวิตที่รัดทด แต่ชะตากรรมก็นำพามาให้เธอรู้จักหอนางโลมที่แปลกประหลาดแห่งนี้ ชักนำเธอเข้าสู่โลกที่แปลกประหลาด โลกของการหลับไหลที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน ซึ่งเมื่อหลายๆ ครั้งเข้าก็กระตุ้นให้ความอยากรู้อยากเห็นซึ่งเป็นสันดานเดิมแต่ก่อนของมนุษย์ให้เธอพลงมือกระทำการบางอย่างเพื่อให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ จะว่าไปความรู้สึกนี้คงเหมือนแพนโดร่าระหว่างกำลังตัดสินใจว่าจะเปิดหีบเทพเจ้าหรือไม่เปิดดี

ทั้งหนังและหนังสือเหมือนขั้วตรงข้ามที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ฝ่ายหนึ่งแก่ ตื่น กระทำ ฝ่ายหนึ่งเยาว์ หลับ ถูกกระทำ

จินตนาการและความจริงบางครั้งก็เป็นเรื่องที่สวนทางกันอย่างโหดร้าย ผมชอบทั้งหนังสือและหนังนะครับ ทั้งคู่มีจุดดีคนละอย่าง ตัวหนังสือเหมือนเรื่องส่วนตัวของชายชราที่คิดย้อนทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาของชิวิต ในขณะหนังให้ภาพของสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระเทือนต่อชิวิตเล็กๆ แต่ผมก็ยังให้คะแนนหนังสือมากกว่าหน่อย เพราะในนั้นสามารถบรรยายเรื่องกลิ่นตัวของหญิงสาวได้อย่างบรรเจิดแพรวพราวมาก ซึ่งตรงนี้หนังไม่สามารถเทียบชั้นได้

ป.ล. ใครสนใจอ่านเรื่องของหนัง Sleeping Beauty ที่ผมโพสไว้ ตามไปอ่านใน entry นี้ได้เลยครับ

https://morecoffeepls.wordpress.com/2011/12/30/sleeping-beauty-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b9%8a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88/

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s