Home

อยากจะเสริมอีกซัก 2-3 ประเด็นเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างวิชาของโลกโบราณ และโลกสมัยใหม่ ซึ่งในสมัยโบราณนั้นสามารถเรียกศาสตร์เหล่านี้ได้ว่าเป็น “ศิลปะ” ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

1. ใช้ร่างกายทุกส่วน – วิชาการต่อสู้ของโบราณนั้น จะใช้ทุกส่วนที่เป็นไปได้ของร่างกาย เพื่อให้โอกาสรอดเพิ่มขึ้น อย่างที่คุยกันใน entry ที่ผ่านมา สมัยก่อนนั้นการรบพุ่งเป็นเรื่องปกติ ดังนั้น การฝึกฝนต่างๆ เบื้องต้นคือเพื่อการล้มข้าศึกศัตรู เบื้องสุดท้ายคือการรักษาชีวิตให้รอด แม้จะพิการก็ตาม การต่อสู้เป็นแบบหนึ่งต่อหลายคน เพื่อให้สามารถรับมือได้ การฝึกฝนร่างกายทุกส่วนให้เป็นอาวุธจึงสำคัญ

2. อาวุธใช้ได้ทั้งสองมือ – การใช้อาวุธคู่นับว่าเป็นเอกลักษณ์ของหลายๆ วิชา บางวิชาอาจจะใช้มีดสองเล่มพร้อมกัน ใช้อาวุธยาวคู่อาวุธสั้น หรือบางวิชาอาจจะใช้มีดคู่กับเกราะอ่อน เช่น เสื้อหนัง, ผ้าคลุมไหล่, ผ้าคาดเอว ฯลฯ ซึ่งก็จะเกี่ยวโยงกับข้อแรกในเรื่องของการใช้ร่างกายทุกส่วนเป็นอาวุธ การที่จะปล่อยให้มืออีกข้างว่าง ส่วนใหญ่จะเป็นการหลอกซะมากกว่า นั่นคือมือข้างนั้นสามารถใช้อาวุธได้ตลอดเวลา เพียงแต่อาจจะมองไม่เห็นหรือคิดไม่ทัน การที่ปล่อยให้มือว่างจริงๆ นั้น เป็นอันตรายมากกว่าประโยชน์

3. ซ้ายและขวาเท่ากัน – วิชาปัจจุบันจะเน้นว่าถนัดมือข้างไหน ก็ให้ใช้มือข้างนั้นจู่โจม แต่หากสามารถฝึกด้านที่ไม่ถนัดให้ทำงานได้ด้วยนั้น กลับจะทำให้เราได้เปรียบมากกว่า บางคนอาจจะบอกว่าเสียเวลาฝึกข้างที่ไม่ถนัดให้แข็งแรง สู้ไปฝึกข้างที่ถนัดให้เก่งๆ ดีกว่า ซึ่งนั่นก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่ถ้าได้รับการฝึกอย่างถูกต้องตามขนบโบราณแล้ว การทำให้ข้างที่ไม่ถนัดทำงานได้นั้น แม้จะต้องใช้เวลา แต่ก็ไม่ยากเย็นเกินไป

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s