Home

ในสมัยซักหลายร้อยปีก่อนนี้นั้น จูเลียส ซีซาร์ไม่สามารถ tweet ข้อความให้กับบรรดาแฟนคลับ นโปเลียนไม่มี facebook ใช้ มารีย์อังตวนเนตก็ไม่รู้ว่าแต่งหน้าเทรนด์เกาหลีเป็นเช่นไร เนื่องจากเรายังไม่มีอินเตอร์เนตใช้กัน ดังนั้น ศิลปะการต่อสู้ในโลกโบราณแต่ละที่ ส่วนใหญ่ก็ต้องมีการสร้างองค์ความรู้ให้ครอบคลุมและตอบสนองในรอบด้านที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งในบางครั้ง หลายส่วนก็หายไปในศิลปะการต่อสู้ปัจจุบัน

หากอ่านประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา การต่อสู้ในโลกโบราณส่วนใหญ่เป็นการรบระหว่างกลุ่มคนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลเพื่อการขยายพื้นที่ครอบครอง การหาทรัพยากรใหม่ๆ หรือการเพิ่มจำนวนประชากรก็ตาม วิชาก็จะออกแบบมาให้เหมาะสำหรับใช้กับคนหมู่มาก นั่นคือ สามารถใช้ฝึกเป็นกองทัพ หนึ่ง หนึ่งคนสู้หลายๆ คน หนึ่ง อาวุธก็จะเน้นใหญ่ ยาว ไกล เพื่อสำหรับการทำลายล้างที่สูงที่สุด ต่อเมื่อสังคมเมืองมีการขยายตัวมากขึ้น คนเริ่มหนาแน่นขึ้น มีตัวบทกฎหมายควบคุมในการเอาชีวิตผู้อื่น การต่อสู้ส่วนใหญ่จะเกิดในเมือง เป็นหนึ่งต่อไม่กี่คน หรือหนึ่งต่อหนึ่ง อาวุธก็ปรับมาสั้นลง เล็กลง จนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งมีอินเตอร์เนตเป็นส่วนประกอบสำคัญ ทำให้อาวุธสมัยนี้มาแบบไร้รูป แต่การทำลายล้างน่ากลัวไม่น้อยกว่าเมื่อก่อน เช่น ข่าวสาร, BB, facebook, twitter ฯลฯ และการต่อสู้ก็กลับมาเป็นการต่อสู้แบบหลายๆ คนเหมือนโบราณที่ผ่านมา

หากสังเกตลงไปอีกซักนิด ระบบการต่อสู้โบราณจะประกอบด้วยมิติหลักๆ 3 ด้านด้วยกันคือ

1. มือเปล่า หรือ มวย

2. อาวุธ

3. ยา และ การรักษา

เนื่องจากเมื่อเราเกิด ก็มีสิ่งที่ธรรมชาติให้มาคือร่างกาย แขน ขา เป็นอาวุธอยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อรวมกับสมองและประสบการณ์ ก็ก่อเกิดกลายเป็นวิชาการต่อสู้มือเปล่า หรือวิชาหมัดมวย ตามแต่ที่จะเรียก แต่มิใช่หมายถึงมวยฝรั่ง หรือ มวยสากล แต่อย่างใด

เมื่อใช้หมัดมวยได้แล้ว ก็มีการนำอุปกรณ์มาประกอบ เพื่อเสริมอานุภาพการทำลาย กลายเป็นอาวุธ ซึ่งมีทั้งสั้น ยาว ขว้าง ยิง อ่อน แข็ง คู่ เดี่ยว ฯลฯ ตามแต่จริตและสภาพร่างกายของผู้ใช้และวิชานั้นๆ

สุดท้าย เมื่อมีการปะทะกัน ก็ต้องตามด้วยการบาดเจ็บ ความเสียหาย ซึ่งก็ต้องมีการใช้ยาและการรักษาต่างๆ

ที่กล่าวมาเป็นแนวทางเล็กๆ น้อยๆ เพื่อพิจารณาวิชาการต่อสู้ของที่ต่างๆ ซึ่งต่างก็มีประวัติในการเก็บองค์ความรู้มายาวนาน ไม่ได้เกิดขึ้นมาในสมัยของบุคคลเพียงคนเดียวแล้วก็ยั้งยืนยงมา

อาจจะเพราะสมัยนี้ชอบ post modern, deconstruction กัน ทำให้วิชาการต่อสู้ก็แยกเป็นส่วนๆ ดังจะเห็นได้ว่าบางคนก็เรียนรู้ดาบ บางคนก็เรียนรู้มีด บางคนก็เรียนรู้ปืน บางคนก็เรียนการรักษา แต่ไม่ประกอบกันเป็นกลุ่มก้อนวิชาเดียวกันเหมือนดั่งแต่ก่อน ทั้งๆ ที่ก็มาจากต้นสายธารเดียวกัน

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s