Home

เมื่อความฝันสั่งให้ใจเราก้าวเดิน

จริงๆ คนเราฝันอยู่ทุกวัน

ฝันว่าพรุ่งนี้เราจะได้กินข้าวเช้าเมนูโปรด ฝันว่าไปทำงานทัน ฝันว่าลูกค้าตกลงเซ็นสัญญาซื้อขาย ฝันว่าได้ทานข้าวกลางวันร้านโปรด ฯลฯ

และเมื่อวันพรุ่งนี้มาถึง เราก็ทำตามกำลังของเราอย่างเต็มที่เพื่อใ้ห้ฝันที่หวังนั้นเป็นจริง 

สิ่งที่กล่าวมาไม่ใช่สิ่งที่ยิ่งใหญ่อะไร เป็นสิ่งเล็กๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวทุกเมื่อเชื่อวัน  แต่ลองคิดดูครับ ว่าแต่ละวันเราต้องเจอกับอุปสรรคเช่นใดบ้าง ที่ทำให้ไม่สามารถทำตามที่ฝันได้ เช่น

ตื่นสาย ทานข้าวเช้าไม่ทัน
มีเรื่องตอนเช้า เข้างานสาย
ลูกค้าด่วนเข้ามา ทำให้ต้องเลื่อนนัดที่จะไปเซ็นสัญญา
เพื่อนชวนไปทานข้าวเที่ยง ทำให้พลาดจากร้านอร่อยที่เราฝันไว้
และอื่นๆ อีกมากมาย…

ซึ่งถ้าเราสามารถทำตามความฝันรายวันได้สำเร็จมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ทำไมจะทำความฝันของชีวิตสำเร็จไม่ได้

ระหว่างทางเดิน มีเรื่องราวทั้งดีและร้าย มีสมหวัง มีผิดหวัง แต่ทุกเรื่องเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เรานำมาคิด ไตร่ตรอง แก้ไข และนำมาซึ่งการตัดสินใจที่ถูกต้องในโอกาสข้างหน้า

คำพูดของเด็กๆ รุ่น a day magazine “หัวใจของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย แต่อยู่ที่ประสบการณ์สองข้างทาง”
สำหรับผมมองว่าคนที่มีความฝันและกำลังจะเริ่มลงมือทำเป็นคนบ้าครับ

บ้าที่จะคิดถึงสิ่งที่ชีวิตนี้ไม่เคยทำ ไม่เคยพบ ไม่เคยประสบมาก่อน เพียงแต่มีคนบอกว่าจุดหมายนั้นมีจริง มี guidebook จากคนอื่นๆ ว่าสิ่งที่ฝันนั้นเป็นไปได้

ความฝันหล่อเลี้ยงชีวิตให้เดินต่อไปได้ และการจะเดินตามฝันคุณอาจจะต้องปิดตาเสียข้างหนึ่ง และใช้สัญชาติญาณเพิ่มขึ้นอีกนิดนึง

บางทางเดินที่เลือก คนรอบข้างอาจจะคัดค้าน บอกว่าเสี่ยง อย่าไปทางนั้นเลย เลือกทางอื่นดีกว่า

แต่ถ้าคุณเตรียมเสบียงพร้อม เตรียมคิดรับมือกับความน่าจะเป็นต่างๆ  เตรียมใจที่จะเผชิญกับความยากลำบาก และเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดฝัน เมื่อดูทุกอย่างเรียบร้อยแล้วลองถามใจดูว่าจะเดินไปทางนี้ดีไหม

ถ้าใจบอก “เดิน” ก็เดินไปเถิดครับ  ต่างคนต่างมีทางของตน ทางของเราอาจจะใกล้เคียง แต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนทางของคนอื่นที่เดินผ่านมาแล้ว

แต่ไม่ได้หมายความว่าให้เป็นคนหัวแข็งไม่ฟังคำทัดทาน คำแนะนำ และคำตักเตือนของคนอื่นๆ  

ตรงกันข้าม นักเดินทางจะ่ต้องรับฟังทุกความคิดไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง เพื่อนำมาปรับปรุงใช้ให้เกิดประโยชน์กันเราที่สุด และต้องมั่นใจ เชื่อใจในความฝันของเราด้วยเช่นกัน ซึ่งทางลัดที่ไปสู่ความฝันให้เร็วขึ้น คือสอบถามจากผู้ที่เคยไปถึงมาแล้ว จากผู้มีประสบการณ์ต่างๆ รวมทั้งความอดทนต่ออุปสรรค ความตั้งมั่นต่อจุดหมาย และการวางแผนที่ดีในการก้าวเดิน

ที่สำคัญระหว่างทางเดิน ควรเผื่อแผ่เอื้อเฟื้อพื่อนร่วมทางครับ การกดคนอื่นต่ำ ไม่ได้ทำให้ตัวตนของเราสูงขึ้นเลย

ชีวิตเราสั้นนัก มีความฝันแล้ว ถ้าพร้อมก็ลงมือทำเถอะครับ

Shoot for the moon, even if you miss you will land among the stars. – Les Brown (นักพูดผู้มีชื่อเสียงของอเมริกา)

แม้สุดท้ายจะไม่ึถึงฝั่งฝัน แต่ก็ขอให้ภูมิใจเถอะครับว่าคุณได้ลงมือทำมันแล้ว  :)

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s