ประวัติเอกสารสำหรับ มีนาคม, 2009

h1

You are what you eat…

30 มีนาคม 2009

ช่วงนี้เจอเพื่อนบาดเจ็บกันหลายคนตั้งแต่เล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงงานเข้าขนาดใหญ่

คนนึงบอกว่าจับคอร์ดกีตาร์มากไป ข้อมือซ้ายกล้ามเนี้ออักเสบ ต้องพันผ้าไว้ตลอด

อีกคนบอกว่ากล้ามเนื้อหลัีงอักเสบ แค่ก้มไปปิดก๊อกน้ำ ทำเอาต้องเข้าโรงพยาบาลไปให้หมอตรวจเล่นวันสองวัน ตอนนี้ยังต้องทำกายภาพบำบัด ไม่รู้จะหายดังเดิมเมื่อไหร่

 

กำลังคิดว่าร่างกายปัจจุบันของเราทำไมมันเปราะขึ้นจัง เป็นโรคแปลกๆ เยอะขึ้นจัึง

เมื่อก่อนหกล้ม หัวร้างข้างแตก ยังไม่ค่อยเป็นไรหนักหนา แต่เดี๋ยวนี้มะเร็งกลายเป็นโรคสามัญประจำบ้านกันแล้ว แถมเป็นมะเร็งแปลกๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้  เมื่อก่อนเป็นบ่อยๆ ก็มะเร็งตับ มะเร็งปอด

 

คิดว่าอาหารเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่สำคัญ เพราะอาหารเป็นเครื่องช่วยให้ร่างกายอยู่ได้ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่ดูเหมือนว่าอาหารปัจจุบันถูกแปรรูปและปรุงแต่งมากเกินไป จนเสียคุณภาพในส่วนนี้ไป  พืชผักก็ต้องปลูกกันแบบใช้สารเคมีเยอะๆ ใช้น้อยไปก็เจอศัตรูพืชกิน ขายไม่คุ้มต้นทุน  สัตว์ก็ต้องเลี้ยงกันแบบอุตสาหกรรม จะปล่อยให้แข็งแรงตามธรรมชาติไม่ทัน ต้องฉีดยา กินอาหารเสริม  คิดๆ ดูแล้วของแบบนี้จะมีประโยชน์ตามธรรมชาติหรือ เพราะไม่ได้เกิดตามธรรมชาติเลย

 

ข้าวแกงนอกบ้านกินทีแทบไม่รู้รสอะไร เอาแค่พอไม่ให้ท้องหิว แต่ทำกับข้าวกินเองกลับรู้สึกอิ่มกายอิ่มใจมากกว่า เรื่องคุณภาพอาหาร ร่างกายเราเองก็บอกได้ว่าของที่เราทานเข้าไปนั้นดีหรือไม่ดี ทานแล้วสบายตัวหรือทานแล้วเป็นทุกข์แก่ตัว  อยู่ที่ว่าเจ้าของจะหันมาให้ควา่มใส่ใจต่อความรู้สึกที่ร่างกายบอกบ้างรึเปล่า

h1

นิทานดวงดาว

17 มีนาคม 2009

เรามักจะเห็นดวงดาวตอนกลางคืน

แต่รู้ไหม ตอนเช้าดวงดาวก็ยังอยู่กับเรานะ

พวกเขาแค่อายไม่กล้าเผยตัวออกมา

เพราะอะไรล่ะ?

เพราะตอนกลางวันมีดอกไม้และต้นไม้น่ะสิ

ทั้งสองอย่างต่างแต่งแต้มสีสรร ช่วยให้โลกใบนี้ไม่เงียบเหงา

แดงจากกุหลาบ น้ำเงินจากอัญชัน เหลืองจากราชพฤกษ์ ขาวจากลีลาวดี

รวมถึงสีอื่นๆ ต่างๆ นานา

แต่เมื่อยามอาทิตย์ลับของฟ้า ก็ค่อยๆ นำพาสีสรรเหล่านี้จืดจางลง

เหลือแต่สีเทาและสีดำ

ดวงดาวต่างเห็นใจ ไม่อยากให้โลกต้องสูญเสียความสดใส

เลยพากันเปล่งประกายแสง

เพื่อเติมแต้มจุดสีเล็กๆ บนท้องฟ้า

ท้องฟ้าสีครามเข้มดั่งไพลินขับให้แสงดาวโดดเด่น

และเป็นเพื่อนเคียงจันทร์มิให้เหงา

ในผืนนภาที่กว้างใหญ่

h1

นิทานท้องฟ้า

11 มีนาคม 2009

 

ฟ้าร้องกับฟ้าแลบเป็นพี่น้องกัน

ฟ้าร้องเป็นพี่คนโต ฟ้าแลบเป็นน้องคนเล็ก

ฟ้าแลบมีนิสัยซุกซน ชอบวิ่งเล่นให้ฟ้าร้องไล่จับ

ฟ้าร้องเป็นพี่ใหญ่ต้องรักษามาดให้นิ่งไว้ ไม่กล้าวิ่งไล่โดยหุนหัน ต้องค่อยๆ เดินไป

สองพี่น้องเลยไม่เคยจับตัวกันได้ซักที

พี่น้องทั้งสองมัวแต่วิ่งไล่ตามกันเลยทิ้งน้องสาวคนเล็กคือ น้ำฝน ไว้ข้างหลัง

น้ำฝนเป็นเด็กสาวยิ้มง่าย ใครที่ได้เจอกับเธอต่างก็รู้สึกสดชื่นไปด้วย

น้ำฝนทำให้ต้นไม้เขียวชะอุ่ม ช่วยดับความร้อนรุ่มทั้งหลาย

ทุกพื้นที่ต่างต้อนรับสามพี่น้องด้วยความยินดี

สามพี่น้องต่างเล่นไล่จับกันมายาวนานอย่างมีความสุข

 

 

จนกระทั่งวันหนึ่ง

ฟ้าแลบรู้สึกอ่อนแรงลง วิ่งไม่เร็วเหมือนแต่ก่อน

ฟ้าร้องก็รู้สึกอ่อนแรงลง เดินไม่มั่นคงเหมือนเดิม

น้ำฝนก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มร้อนขึ้น

ทั้งสามพี่น้องไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคอะไร แต่รู้สึกเริ่มมีอาการตั้งแต่เกิดคลื่นใหญ่ยักษ์ซัดหาดเมื่อหลายปีก่อน

ทั้งสามคนยังพยายามวิ่งเล่นต่อไป เพราะรู้ว่ายังมีคนรอคอยต้อนรับอยู่

แม้ว่าจะน้อยลง

น้อยลง

น้อยลง

น้อยลง

น้อยลง

น้อยลงไปเรื่อยๆ

 

 

ถึงขนาดบางที่ไม่ต้อนรับสามพี่น้องเลยก็มี

 

 

เหนื่อย คือความคิดที่ผุดขึ้นมาให้หัว

แต่ทั้งสามก็ยังหวังว่า ซักวันหนึ่ง

จะได้วิ่งเล่น

สนุกสนาน

เหมือนวันวาน

ที่ผ่านมา

 

 

แต่วันนั้นคง

 

 

 

ไม่

 

 

 

มา

 

 

 

ถึง

h1

Less Stress and Sick, Exercise More pls

11 มีนาคม 2009

ในภาวะเศรษฐกิจเยี่ยงปัจจุบัน งานหนักขึ้น เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับและทำใจ แต่ก็ควรจะรักษาร่างกายให้แข็งแรงเพื่อให้สามารถรับงานหนักๆ ได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงนี้ที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยอย่างที่ปรับตัวไม่ค่อยจะทัีน

ออกกำลังกายวันละ 20-30 นาที เรียกเหงื่อให้ออก นอกจากจะช่วยในเรื่องสุขภาพแล้ว ระบบเผาผลาญก็จะดีขึ้น ช่วยลดความเครียด และลดความอ้วนอีกต่างหาก ไม่จำเป็นต้องตั้งใจว่าจะไปทำโน่น ทำนั่น ทำนี่ ให้เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต แค่ปั่นจักรยานอยู่กับบ้าน วิ่งจ๊อกกิ้ง เล่นโยคะ ยืดเส้น ฯลฯ ก็ทำได้แล้ว ออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องอาศัยไปฟิตเนทหรือซื้อเครื่องเล่นราคาแพงๆ เสมอไป ขอเพียงตั้งใจแล้วสามารถทำได้ทุกที่

ตื่นขึ้นมาเช้าหน่อยหรือกลับบ้านเร็วหน่อย สละเวลาแค่ 30 นาทีต่อวัน ค่อยๆ ทำสะสมวันละนิดละหน่อย แล้วจะช่วยให้เรามีความสุขทั้งกายและใจอีกนานครับ